พระใน 4จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพระนักต่อสู้ ท่านอยู่เพื่อนยืนหยัดตามหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยไม่เกรงกลัวภัยใดๆ แต่ท่านอยู่อย่างขาดแคลนปัจจัยสี่ เราจึงได้พร้อมใจกันมาใส่บาตรในวันนี้ เพื่อจะยืนยันว่า ศาสนาพุทธในผืนแผ่นดินไทยของเรายังมั่นคงอยู่ได้ตลอดไป และเพื่อให้พุทธบุตรทุกรูป 4จังหวัดชายแดนภาคใต้ 266วัดได้รับทราบว่า ท่านไม่โดดเดี่ยวเดียวดาย
สำหรับการเตรียมงานในพื้นที่ ที่เรียกว่า อลังการงานสร้างที่สุด ตั้งแต่มีการจัดงานวิสาขบูชาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เห็นจะเป็น การจัดทำนิทรรศการพุทธประวัติยาวที่สุดในโลก ที่เกิดขึ้นจาก Vision ของคุณครูไม่ใหญ่ ที่ตั้งใจทำสิ่งที่ดีที่สุด ประณีตที่สุด เพื่อบูชาคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
กระผมขอกราบเรียนให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อทราบนะครับว่า “ถนนเส้นเดิมจะใช้ได้เฉพาะในช่วงหน้าแล้งและหน้าหนาว ส่วนหน้าฝนไม่สามารถใช้ได้เพราะน้ำในลำน้ำแม่สองไหลมีปริมาณมาก จะซัดสะพานพัง ชาวบ้านต้องใช้วิธีการทำสะพานบนต้นไม้ปีนข้ามไป และเส้นทางที่ขุดใหม่นี้ จะใช้ได้ตลอดทั้งปี และเป็นระยะทางที่ลัดและตรงไปยังอำเภออมก๋อยได้ง่ายกว่าเส้นเดิมครับ”
หนึ่งปีที่ผ่านมา กับการเติบโตไปพร้อมๆกับชุมชนของเรา ในมหานครโจฮันเนสเบิร์ก ทุกคนในโจเบิร์ก ไม่ได้เป็นแค่ “ส่วนหนึ่ง” ของความสำเร็จ แต่ว่า “ทุกคน” คือ “ทั้งหมด” ของความสำเร็จ ในการสร้างสันติภาพ ซึ่งยากที่จะบังเกิดขึ้นได้ ในทวีปแอฟริกา แต่สิ่งนี้ไม่ใช่ความฝัน แต่จะเป็นความจริงขึ้นสักวัน
ประเพณีชาวพุทธที่สำคัญ และทำกันในวันนี้ทั่วทั้งเวียงเชียงตุง ในวันออกพรรษา คือ ประเพณีสัมมาคารวะผู้เฒ่า-ผู้แก่ ลูกหลานจะมาวัด มาสัมมาคารวะผู้เฒ่า-ผู้แก่ทุกคนที่มาวัด แม้ว่าจะไม่ใช่ญาติของตนก็ตาม โดยจะนำเทียน ดอกไม้ ของกิน ของใช้ ยารักษาโรค หรืออาจจะใส่เงินไว้ในพานด้วยก็ได้ (แล้วแต่ความพร้อมของแต่ละคน) ใช้เป็นสิ่งแทนในการสัมมาคารวะ และจะท่องบทสวดมนต์เป็นภาษาบาลี
แต่เมื่อนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง นึกถึงภารกิจที่ท่านสู้อุตส่าห์อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ และชาวพุทธทั่วโลกขนาดนี้ ถึงแม้ว่าเราจะเหน็ดเหนื่อยขนาดไหน ก็ยังไม่เท่ากับเศษเสี้ยวของความเหน็ดเหนื่อยกับภารกิจที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองได้รับ เมื่อคิดอย่างนี้ ความเหนื่อยล้า ของลูกก็หายไป แต่กลับกลายเป็นกำลังใจ และเป็นพลังใจให้ลูกก้าวเดินต่อไปในหน้าที่ครู หน้าที่ที่คุณครูไม่ใหญ่ให้นิยามว่า “เป็นหน้าที่ของพระบรมโพธิสัตว์”
สิ้นคำอธิษฐาน ก็มีแสงสว่างปรากฏที่ศูนย์กลางกายทันที แล้วในความสว่างนั้นสิ่งอัศจรรย์ที่สุดในชีวิตก็ปรากฏขึ้น ลูกได้เห็นพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญนั่งสมาธิลอยนิ่ง อยู่ที่ศูนย์กลางกายที่สว่างจ้านั้น และที่อัศจรรย์กำลังสอง ก็คือ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ...ท่านเหลืองอร่ามเป็นทองคำเลยค่ะ
ช่วงเวลาที่เป็นความภูมิใจของชาวพุทธสมุทรสาคร คือ การได้แสดงตนเป็นพุทธมามกะ ทุกถ้อยคำที่ได้กล่าว ล้วนทำให้ชาวพุทธทุกคนรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นชาวพุทธอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะบางคนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ศาสนาพุทธมีพิธีกรรมแสดงตนเป็นพุทธมามกะแบบนี้ด้วย ทำให้เขารู้สึกดีใจมากๆที่มาร่วมงานในครั้งนี้ และได้กล่าวคำปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ
การแสดงตนเป็นพุทธมามกะนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะคนเราจะไม่มีอะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวนั้นไม่ได้ ต้องมีที่ยึดเหนี่ยว และในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เราต้องมีพระรัตนตรัยเป็นที่ยึดเหนี่ยว ถ้าเรามีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่ในใจแล้ว เราก็จะไม่ทำความชั่วทั้ง ทางกาย ทางวาจา และทางใจ เราก็จะมีชีวิตที่เจริญในชาตินี้และชาติหน้า
คำที่กล่าวว่า “โยมเห็นพระแล้วโยมก็ปลื้ม พระเห็นโยมแล้วพระก็ปลื้ม” ขอยืนยันว่า เป็นเช่นนั้นจริงๆ ทุกครั้งที่ได้มองพระภิกษุค่อยๆเดินอย่างสง่างาม ผ่านตรงหน้าไปทีละรูปทีละรูป ก็ยิ่งทำให้ใจฟูขึ้น...ฟูขึ้น ตลอดเวลาเลยทีเดียว เห็นแล้วก็อดกลั้นความรู้สึกที่จะหลั่งน้ำตาแห่งความปีติออกมาไม่ได้ ทั้งปลื้ม ทั้งชื่นใจในเวลาเดียวกัน